การดมยาสลบที่กล่าวได้ว่าเป็นรากฐานของการให้ยาดมสลบในปัจจุบันนี้ เริ่มต้นในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๘

 

 

เมื่อก๊าซไนทรัสออกไซด์ ถูกค้นพบโดยพริสต์เลย์ ในปี พ.ศ. ๒๓๑๕ แต่ในเวลานั้นยังไม่ทราบว่า ก๊าซตัวนี้มีคุณสมบัติระงับความเจ็บปวดได้ จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๓๔๓ เดวี จึงค้นพบฤทธิ์ระงับความเจ็บปวด และเรียกก๊าซนี้ว่า ก๊าซหัวเราะ ต่อจากนั้นมาก็มีการค้นคว้าและนำเอา อีเทอร์ คลอโรฟอร์ม และเอทิลคลอไรด์ มาใช้เป็นยาดมสลบ ในระยะแรกๆ ก็ใช้ในการถอนฟัน โดยให้แบบหยด ต่อมาเมื่อ ฮอเรซ เวลส์ สร้างเครื่องดมยา ด้วยก๊าซไนทรัสออกไซด์ได้ จึงเป็นความคิดริเริ่มของนักวิทยาศาสตร์ที่จะ ประดิษฐ์เครื่องดมยาขึ้นมา ซึ่ง เซอร์ เฟรเดริก เฮวิตต์ ได้ประดิษฐ์เครื่องดมยาเครื่องแรกขึ้น แต่ในเวลานั้นก็ไม่เป็นที่นิยมใช้ เพราะแพทย์ส่วนมากยังนิยม ใช้แบบหยดกันอยู่

 

นอกจากการทำให้ผู้ป่วยหลับ และไม่รู้สึกเจ็บปวดระหว่างถอนฟันผ่าตัด หรือขณะคลอดบุตรแล้ว ก็ยังมีผู้พยายามคิดหาวิธีอื่น ที่ผู้ป่วยไม่ต้องหลับ แต่ไม่เจ็บปวดขณะทำการผ่าตัด ซึ่งคาร์ล ลุดวิก ชไลค์ ทำสำเร็จ โดยการฉีดยาชาเฉพาะที่ ในปี พ.ศ. ๒๔๓๕ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๔๑ ไบเออร์ ก็เป็นคนแรกที่ฉีดยาเข้าช่องไขสันหลัง ทำให้เกิดการชาครึ่งล่างของร่างกายสำเร็จ ต่อจากนั้นมาการใช้ยาชาโปรเคน และโคเคน ก็ทำกันเรื่อยมา ปัจจุบันมียาชาตัวใหม่ๆ ที่มีคุณสมบัติที่ดีและเหมาะสมที่จะใช้กับผู้ป่วยหลายตัว เช่น ไลโดเคน บิวปิวาเคน คลอโรโปรเคน เตตราเคน เมปิวาเคน และเอติโดเคน เป็นต้น

 

จุดมุ่งหมาย

 

การให้ยาดมสลบ การใช้ยาชาฉีดเข้าทางช่องกระดูกสันหลัง การให้ยาชาเฉพาะที่ หรือการฝังเข็ม มีจุดมุ่งหมายเพียงอย่างเดียว คือ ทำให้ผู้ป่วยปราศจากความรู้สึกเจ็บปวดขณะได้รับการผ่าตัดทุกชนิด ขายยานอนหลับ

 

วิธีการ จำแนกออกเป็น ๔ แบบ คือ
๑. ให้ยาดมสลบ
๒. ใช้ยาฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ
๓. ใช้ยาชา
๔. วิธีฝังเข็ม

ผลลัพธ์ อาจมีการเปลื่ยนแปลง ไปในแต่ละบุคคล/สภาพผิว/รูปร่าง