ขายยานอนหลับ ยานอนหลับ ยาสลบ ยาปลุกเซ็กซ์

เว็บขายยาสลบของแท้เว็บขายยาสลบของจริง 100%

Author: admin (page 1 of 2)

การทานยานอนหลับ

หากคุณลองทุกวิถีทางที่ช่วยให้คุณนอนหลับตอนกลางคืนแล้วไม่ได้ผล การใช้ยานอนหลับก็จะเป็นอีกตัวเลือกที่เข้ามาช่วยเหลือคุณ โดยมีคำแนะนำการใช้ยาเพื่อความปลอดภัยดังนี้ ขายยานอนหลับ

เข้ารับการประเมินทางการแพทย์ก่อน: ก่อนที่คุณจะพิจารณาใช้ยานอนหลับ ให้ไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียดเสียก่อน โดยแพทย์จะสามารถสาเหตุที่ทำให้คุณนอนไม่หลับได้ หากคุณกำลังใช้ยานอนหลับมามากกว่าหนึ่งอาทิตย์ ให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการนัดหมายติดตามผลเพื่อพูดคุยถึงการใช้ยาของคุณด้วย

อ่านคำแนะนำที่ฉลากยาอย่างละเอียด: ควรอ่านคู่มือฉลากยานอนหลับเพื่อทำความเข้าใจถึงวิธีใช้และช่วงเวลาที่ใช้ยา รวมไปถึงผลข้างเคียงสำคัญ ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น หากคุณมีคำถาม ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์

ห้ามทานยานอนหลับจนกว่าคุณจะเข้านอน: ยานอนหลับจะทำให้การรู้สึกตัวน้อยลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อสถานการณ์อันตรายต่าง ๆ ควรทำกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างวันให้เสร็จสิ้นและรอจนกว่าจะถึงกลางคืนและใช้ยาก่อนที่คุณจะเข้านอน

ทานยานอนหลับก่อนนอนเพื่อให้นอนได้เต็มที่: ให้ใช้ยานอนหลับเมื่อคุณต้องการนอนให้สนิททั้งคืน หรืออย่างน้อยเจ็ดถึงแปดชั่วโมง สำหรับการใช้ยานอนหลับปริมาณน้อย ๆ ที่มีไว้เพื่อให้ตื่นขึ้นกลางดึกก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสี่ชั่วโมง

สังเกตผลข้างเคียงของยา: หากคุณรู้สึกวิงเวียนหรือง่วงนอนระหว่างวัน หรือประสบกับผลข้างเคียงจากยาค่อนข้างมาก ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนปริมาณยาที่ใช้ทันที ห้ามเปลี่ยนยานอนหลับที่ใช้ใหม่โดยพลการเนื่องจากคุณไม่มีทางทราบว่ายาตัวใหม่จะส่งผลอย่างไรกับคุณบ้าง

เลี่ยงการบริโภคแอลกอฮอล์: ห้ามผสมยานอนหลับเข้ากับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์จะเพิ่มฤทธิ์กล่อมประสาทของยาขึ้นแม้จะมีปริมาณเล็กน้อยก็ตาม ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกเวียนศีรษะ สับสน หรือแม้แต่หมดสติได้ อีกทั้งการผสมสารทั้งสองเข้าด้วยกันอาจทำให้การหายใจช้าลงหรือสติไม่ตอบสนองได้ซึ่งนับว่าอันตรายมาก และแอลกอฮอล์ยังเป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดภาวะนอนไม่หลับอีกด้วย

ใช้ยานอนหลับตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด: ยานอนหลับที่แพทย์ให้บางตัวจะมีไว้สำหรับใช้ในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ห้ามใช้ยาที่ได้รับมาเกินปริมาณที่แพทย์กำหนดเด็ดขาด และหากปริมาณที่กำหนดมาไม่สามารถช่วยการนอนหลับคุณได้เท่าที่ควร ห้ามทานยาเพิ่มโดยไม่ทำการปรึกษาแพทย์ก่อน

เลิกยาอย่างระมัดระวัง: เมื่อคุณพร้อมจะหยุดใช้ยานอนหลับ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเภสัชกรหรือแพทย์ หรือคำแนะนำบนฉลากยา ยาบางตัวต้องทำการถอนยาอย่างช้า ๆ และต้องทราบดีว่าการถอนยานอนหลับอาจก่อให้เกิดอาการนอนไม่หลับในช่วงไม่กี่วันได้ด้วย

ยานอนหลับชนิดแบบน้ำ

ยาที่ใช้กันทั่วโลก มีชื่อของยานอนหลับแน่นอนครับ ซึ่งยานอนหลับก็ยังมีหลากหลายยี่ห้อ เอาเฉพาะในประเทศเรายานอนหลับที่คนไทย นิยมมากที่สุดก็คงเป็น โดมิคุม จะยานอนหลับแบบน้ำ หรือแบบเม็ด ก็ตาม โดมิคุมก็เป็นเป้าหมายที่ชัดเจนของผู้ที่ซื้อยานอนหลับในปัจจุบัน ช่องทางการติดต่อของผู้ขายยานอนหลับ ก็มีทั้ง line หรือ facebook และตามหน้าเว็ปไซด์ที่มีการติดต่อ โดยตรง โดยการแจ้งเบอร์ไว้ ซึ่งคงเป็นช่องทางที่สะดวกที่สุดของลูกค้าที่ซื้อ เพราะหลายครั้งลูกค้าทัก line inbox ไป พ่อค้าไม่ได้หยิ่ง แต่บางทีไม่มีเวลาตอบ

พูดถึงการใช้ยานอนหลับในปัจจุบัน การใช้ยานอนหลับในปัจจุบัน หลายคนกังวลว่าใช้แล้วจะมีอาการติดยานอนหลับหรือป่าว มันจะเป็นอันตรายหรือไม่หากใช้ไปแล้ว จริงๆแล้ว คำว่า ความกลัวเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง ก็ยังมีหลายคนที่เป็นแบบนั้น ยานอนหลับไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิดนะครับ ตรงกันข้าม ข้อดีของยานอนหลับไม่ว่าจะเป็นแบบน้ำหรือแบบเม็ด ยังสามารถสร้างความสุขในการนอนหลับได้เป็นอย่างดี ขายยานอนหลับ

การวินิจฉัยโรค ของการใช้ยานอนหลับ

การใช้เพื่อเป็น ขายยานอนหลับ คลายกังวล แพทย์ควรวินิจฉัยให้ชัดเจนก่อนว่าผู้ป่วยเป็นโรคอะไร เพื่อจะได้พิจารณาเลือกชนิดยาให้เหมาะสมกับโรคหรือภาวะนั้น ๆ

การใช้ยาเพื่อคลายกังวลทั่วไป แพทย์ควรเลือกใช้ยาที่มีการออกฤทธิ์ระยะยาว เช่น diazepam โดยให้ยาก่อนนอนวันละครั้ง หรือไม่เกิน 2 มื้อต่อวัน โดยส่วนใหญ่จะให้รับประทานก่อนนอน นอกจากจะได้ผลในการรักษาอาการวิตกกังวลแล้ว benzodiazepine ยังได้ผลในการลดภาวะวิตกกังวลทั่ว ๆ ไป เช่น ก่อนผ่าตัด ก่อนสอบ ย้ายบ้าน ยาที่ใช้มักเป็นยาความแรงต่ำและขนาดยาต่ำ ๆ
การใช้เป็นยานอนหลับ แพทย์ควรถามถึงลักษณะอาการของการนอนไม่หลับ หากเป็นอาการนอนไม่หลับช่วงต้น ควรเลือกยากลุ่มที่ออกฤทธิ์เร็วและตัวยาอยู่ในร่างกายไม่นาน และหากเป็นอาการนอนไม่หลับแบบตื่นกลางดึก หรือตื่นนอนแต่เช้ามืด ควรเลือกยากลุ่มที่ออกฤทธิ์นานขึ้น แต่บางครั้งฤทธิ์ของยาอาจอยู่นานจนทำให้ผู้ป่วยง่วงซึมในตอนเช้า

ปัจจัยด้านผู้ป่วย ได้แก่ ลักษณะอาการ เช่น เป็นเรื้อรัง เป็นเร็วหายเร็ว หรือเป็นความวิตกกังวลต่อเฉพาะบางเหตุการณ์ อายุของผู้ป่วย โรคทางกายโดยเฉพาะโรคตับทำงานบกพร่อง Continue reading

การแก้เมื่อ นอนไม่หลับ

ใครเคย นอนไม่หลับ ยกมือขึ้นหน่อย ไม่ต้องอายหรอกค่ะ เพราะแท้จริงแล้วมีคนเป็นจำนวนมากที่มีอาการนอนไม่หลับ ขายยานอนหลับ ซึ่งส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตทั้งการทำงาน ชีวิตส่วนตัว และครอบครัว รวมไปถึงสุขภาพร่างกาย และทำให้แก่เร็วแน่นอน

แพทย์แผนจีน เป็นตัวช่วยหนึ่งในการรักษาอาการ นอนไม่หลับ ด้วยวิธีธรรมชาติ ซึ่งช่วยปรับความสมดุลภายในร่างกายที่สามารถผสมผสานกับการรักษาด้วยแนวทางอื่นๆ

แต่ที่สำคัญ ผู้ป่วยควรปรับวิธีคิดและกิจกรรมเพื่อลดความเครียดและความกังวลซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้อาการเลวร้ายลง

ลองมาฟังเรื่องราวของ คนที่นอนไม่หลับและใช้แพทย์แผนจีนช่วยรักษา กันนะคะ

คุณหมู (นามสมมติ) อายุประมาณ 40 ปี มีอาชีพนักเขียน เมื่อแรกพบกัน หมอสังเกตเห็นว่าเธอมีใบหน้าหมองคล้ำ ท่าทางอิดโรยคล้ายคนอดนอนมาหลายคืน เธอเล่าให้ฟังว่าตัวเองมีอาการนอนไม่หลับมา 2 ปีแล้ว แรกๆ มีอาการหลับๆ ตื่นๆ ต่อมาก็หลับยากขึ้น บางครั้งพลิกไปพลิกมาหลายตลบนานสองสามชั่วโมงกว่าจะหลับ

ช่วงหลังอาการยิ่งแย่ลง บางคืนหลับได้แค่สองสามชั่วโมง ทำให้รู้สึกอ่อนล้า ไม่ค่อยมีชีวิตชีวาในช่วงกลางวัน เธอจึงไปพบแพทย์และได้ยานอนหลับมากิน แรกๆ เธอจะกินยาเป็นบางวันซึ่งทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น แต่ต่อมาอาการก็แย่ลงจนต้องกินยาทุกวันจึงหลับได้

กระทั่งในช่วงสองสามเดือนก่อนมาพบหมอ อาการของคุณหมูทรุดหนัก เพราะแม้จะกินยา แต่ก็ยังนอนไม่หลับ แถมยังตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วหลับต่อไม่ได้ยิ่งพยายามหลับยิ่งไม่หลับ ทำให้ตาค้างยันรุ่งเช้า ส่งผลให้ตอนกลางวันมีอาการเพลีย ไม่สดชื่น ความจำไม่ดีและยังกระทบต่องานที่เธอรัก จากที่สมองเคยแล่นปรู๊ดปร๊าดกลับเฉื่อยชาจนเขียนงานไม่ได้ เธอจึงไปพบแพทย์อีกครั้ง และได้คำอธิบายว่าเธอเครียดเกินไปจึงได้รับยาเพิ่มมาอีกชนิดเพื่อลดอาการเครียด แต่ทายสิคะว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อ…

6 เทคนิคต่อไปนี้ จะช่วยให้ ท่านที่มีปัญหาเรื่องการนอน 

เทคนิคที่ 1ก่อนนอน งดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม โกโก้ และแอลกอฮอล์ทุกชนิด

เพราะนิโคติน และกาเฟอีนมีผลโดยตรงต่อการนอนไม่หลับ ขายยานอนหลับ เพราะกาเฟอิน ในกาแฟจะไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางทำให้มีการตื่นตัว หากร่างกายได้รับมากกว่า 150 มิลลิกรัมต่อวันจะทำให้นอนหลับยาก หลับไม่สนิทและช่วงเวลาหลับนั้น สั้นลง (ถ้าเทียบกาแฟทรีอินวัน 1 ซอง โดยเฉลี่ยจะมีกาเฟอินประมาณ 83–122.48 มิลลิกรัม) ส่วนแอลกอฮอล์มีผลทำให้ระบบการนอนแย่ลง หลายคนมีความเชื่อผิดๆคิดว่าแอลกอฮอล์ช่วยให้นอนหลับง่าย เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาท จะทำให้ง่วงเมื่อดื่มช่วงแรกๆ จากนั้นเมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายจะถูกเผาผลาญโดยตับ ทำให้เกิดสารเคมีตัวใหม่ที่ชื่อว่า เอทานอล ที่ทำให้คุณภาพการนอนลดลง คนดื่มมากๆจะมีอาการหลับๆตื่นๆ เมื่อดื่มสะสมไปนานๆ จะมีอาการนอนไม่หลับ ฝันร้าย กระสับกระส่าย จนต้องเสพติดแอลกอฮอล์กลายเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังและโรคแทรกซ้อนอื่น จนถึง โรคมะเร็งตับ ตามมา

 

 

เทคนิคที่ 2 หลีกเลี่ยงการรับประทานอาการมื้อหนัก ก่อนนอน 2 ชั่วโมง

รวมทั้ง เครื่องดื่มในปริมาณมากๆ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ย่อยยาก เพราะช่วงที่เรานอนหลับ ร่างกายต้องทำงานหนักในการย่อยอาหารที่เราทานเข้าไป ทำให้เราหลับไม่สนิท และมีอาการฝันร้ายได้ ยกเว้นถ้า หิวจริงๆ ควรนมอุ่น หรือ อาหารเบาๆ ย่อยง่ายก่อนนอนจะดีที่สุด และควรเข้าห้องน้ำแปรงฟัน ปัสสาวะก่อนนอน จะช่วยให้นอนหลับได้อย่างสุขสบาย ไม่ตื่นมาปัสสาวะกลางดึก

 

เทคนิคที่ 3 ไม่ควรออกกำลังกายก่อนนอน แต่ควรออกกำลังกายทุกวัน และห่างจากเวลาเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

เพราะช่วงที่เราออกกำลังกายร่างกายจะมีการเผาผลาญพลังงานและมีการหลั่งฮอร์โมนกระตุ้นประสาท ร่างกายจะตื่นตัว กล้ามเนื้อถูกใช้งาน และเกิดการสลายไขมันใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบแอโรบิค จะทำให้หัวใจเต้นเร็ว ระบบไหลเวียนดีขึ้น ออกซิเจนถูกกระจายไปส่วนต่างๆของร่างกาย ส่งผลให้คนที่เข้านอนทันทีหลังออกกำลังกาย นอนหลับไม่สนิท คุณภาพการนอนไม่ดี เพราะร่างกายตื่นตัวจนทำให้อ่อนเพลียในวันรุ่งขึ้น ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอ

 

เทคนิคที่ 4 งดการเล่นอุปกรณ์ไอทีและเครื่องมือสื่อสารบนเตียงนอนและก่อนนอนถ้าจำเป็นต้องใช้งานควรให้ห่างเวลานอนอย่างน้อย 30 นาที -1 ชั่วโมง

เช่น มือถือ ไอแพด ไอโฟน คอมพิวเตอร์ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มีผลต่อคลื่นสมองโดยตรง ทำให้นอนหลับยากขึ้น หรือ นอนหลับไม่สนิท โดยเฉพาะผู้มีปัญหาหลับยาก ควรจะงด 2–3 ชั่วโมงก่อนนอน เพื่อให้คลื่นสมองผ่อนคลายก่อนเข้านอน จะช่วยให้นอนหลับสนิทและหลับได้เร็วขึ้น

 

เทคนิคที่ 5 เข้านอนและตื่นเป็นเวลา รวมทั้งไม่ทำกิจกรรมที่กระตุ้นจิตใจก่อนนอน

เช่น ดูหนังสยองขวัญ ตื่นเต้น อ่านหนังสือที่เครียดๆ เป็นต้น การเข้านอนและตื่นเป็นเวลา จะทำให้ร่างกายเกิดความเคยชิน และระบบการทำงานของสมองคงที่ เหมือนกับที่เราต้องฝึกทารกหรือเด็กเล็กๆให้นอนเป็นเวลา นอกจากช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีแล้ว ยังส่งเสริมพัฒนาการด้านอารณ์และพัฒนาการด้านสติปัญญาและการเรียนรู้ได้อย่างดีด้วย

 

เทคนิคที่ 6 การจัดสภาพแวดล้อมในการนอนที่ส่งเสริมการพักผ่อน

ข้อนี้สำคัญเป็นเรื่องแรกเลยคะ แต่บอกไว้หลังสุด เพราะถ้าขาดเทคนิคข้อนี้ ข้ออื่นๆ จะด้อยลงไปทันที สภาพแวดล้อมที่บอกได้แก่ แสงสว่าง กลิ่น สภาพอากาศ บรรยากาศที่ส่งเสริมความสุขสบายในการนอน ว่ากันว่า สำคัญพอๆ กับการเตรียมสนามแข่งสำหรับนักกีฬาเลยเชียวคะ การปิดไฟให้มืดสนิท หรือ หรี่ไฟให้แสงสว่างน้อยที่สุด บรรยากาศที่เหมาะสม ไม่ร้อน ไม่หนาวจนเกินไป ไร้เสียงและกลิ่นรบกวน และสภาพแวดล้อมสุดท้าย คือ เครื่องนอนและที่นอนที่สุขสบาย นอนแล้วมีความสุข ที่นอนดีๆสักอัน ที่อยู่กับเราและรองรับสรีระและร่างกายของเราทั้งคืน ตลอดการพักผ่อน อยู่กับอาจจะมากกว่า เสื้อผ้าแพงๆ หรือ เครื่องอำนวยความสะดวกบางชิ้น แต่มีคุณค่าและประโยชน์มหาศาล ที่จะช่วยให้เราพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ นอนอย่างมีคุณภาพ ต่อไปแน่นอน

7 สาเหตุการนอนไม่หลับ

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนั้นเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิต ซึ่งความต้องการในการนอนหลับของคนมีไม่เท่ากันเนื่องจากขึ้นอยู่กับอายุ ทารกต้องนอนละวันละ 16 ชั่วโมง วัยรุ่นต้องการวันละ 9 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ต้องการวันละ 7-8 ชั่วโมง

 

 

แต่วงจรการใช้ชีวิตในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนมีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากอดีต จนนำมาสู่การเกิด “โรคนอนไม่หลับ” หรือ Insomnia ซึ่งมีรูปแบบของอาการมากมาย เช่น การนอนไม่หลับ การนอนหลับไม่สนิท การหลับๆ ตื่นๆตลอดทั้งคืน การตื่นขึ้นมากลางดึก การตื่นเช้าผิดปกติ และการตื่นมาแล้วไม่สดชื่น เป็นต้น

 

1. ปัญหาสิ่งแวดล้อม เสียงดังรบกวน สว่างเกินไป หรือคับแคบเกินไป ทำให้นอนหลับยาก

 

2. อาการเจ็บป่วย เช่น ปวดท้อง ปวดตามเนื้อตัว เป็นโรคเกี่ยวกับการนอนหลับ มีปัญหาเรื่องระบบการหายใจ มีอาการไอ

 

3. ความเครียด อาการวิตกกังวล แรงกดดัน หรือมีอาการซึมเศร้าและท้อแท้ หมดกำลังใจ หมดหวังในการใช้ชีวิต คิดว่าตัวเองไร้ค่า ยึดติดและอยู่กับตัวเองมากเกินไป

 

4. แอลกอฮอล์ คาเฟอีนในกาแฟ บุหรี่ หรือการใช้ยาบางชนิดนั้นอาจส่งผลเกี่ยวกับการนอนหลับ

 

5. ท้องว่าง ทำให้เกิดอาการอึดอัด หิวขึ้นมาในช่วงดึก หรืออิ่มมากเกินไป จนทำให้มีอาการแน่นท้องกลางดึก จนนอนไม่หลับ

 

6. ภาวะการนอนหลับ เช่น การนอนละเมอ ฝันร้าย หรือนอนไม่หลับจนติดเป็นนิสัย

 

7. หน้าที่การงานที่ต้องเปลี่ยนเวลาการนอนอยู่สม่ำเสมอ เช่น พยาบาล ยาม

การวินิจฉัยโรคนอนไม่หลับ

การวินิจฉัยด้วยตนเอง สามารถทำได้โดยสังเกตและบันทึกพฤติกรรมการนอนในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เช่น นอนยากหรือไม่ ต้องใช้เวลานานเกินกว่า 30 นาทีเพื่อนอนให้หลับ หรือตื่นขึ้นกลางดึกแล้วไม่สามารถกลับไปนอนหลับได้อีก มีสภาพแวดล้อมที่รบกวนในขณะนอนหรือไม่ มีเรื่องให้คิดรบกวนจิตใจหรือไม่ และมีอาการอ่อนเพลียเหนื่อยล้ามากผิดปกติในเวลากลางวันหรือไม่

 

 

การวินิจฉัยโดยแพทย์ แพทย์จะซักถามประวัติการนอนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หาสาเหตุทางด้านร่างกาย เช่น มีโรคประจำตัว หรือมีการเจ็บป่วยอื่นด้วยหรือไม่ นอนกรนหรือไม่ และหาสาเหตุทางด้านจิตใจ เช่น มีความเครียด อยู่ในภาวะซึมเศร้า หรือมีความวิตกกังวลใดอยู่หรือไม่ เพื่อหาแนวทางการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป

 

การรักษาโรคนอนไม่หลับ

 

การรักษาด้วยตนเอง เข้านอนและตื่นนอนตามเวลาเดิมเป็นประจำ นอนหลับให้เพียงพอตามกับความต้องการตามวัยของตน หลีกเลี่ยงการหมกมุ่นอยู่กับความคิดฟุ้งซ่าน ความเครียดและความวิตกกังวล ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายก่อนเข้านอน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดเว้นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อย่างชา กาแฟ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือใช้สารเสพติด

 

การรับการรักษาทางการแพทย์ ประกอบด้วยการวัดระดับความรุนแรงของอาการด้วยเครื่องมือและแบบทดสอบทางการแพทย์ การให้คำปรึกษา การบำบัดด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อให้เกิดภาวะผ่อนคลาย เช่น ดนตรีบำบัด วารีบำบัด การบำบัดแบบปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy)

การรักษาด้วยยา โดยยาบางชนิดต้องใช้ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์และสั่งยาโดยแพทย์เท่านั้น ยาที่ใช้จะอยู่ในกลุ่มยาเมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นยาที่ใช้เพื่อเพิ่มระดับฮอร์โมนเมลาโทนิน

 

มักใช้เมื่อเกิดปัญหาการปรับตัวไม่ทันเมื่อข้ามเขตเวลาโลก (Jet Lag) Antidepressants หรือยาต้านเศร้า และ Antipsychotics หรือยารักษาอาการทางจิต ช่วยผ่อนคลายและลดอาการวิตกกังวล ทำให้นอนหลับง่ายและหลับสนิท โดยจะใช้เมื่อมีข้อบ่งชี้ของภาวะซึมเศร้าหรืออาการทางจิตที่เกิดขึ้นร่วมกับการนอนไม่หลับเท่านั้น Benzodiazepines หรือยานอนหลับที่มีฤทธิ์ช่วยคลายเครียด คลายกล้ามเนื้อ ช่วยให้นอนหลับลึกและยาวนาน ขายยานอนหลับ

ประวัติของการดมยาสลบ

การดมยาสลบที่กล่าวได้ว่าเป็นรากฐานของการให้ยาดมสลบในปัจจุบันนี้ เริ่มต้นในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๘

 

 

เมื่อก๊าซไนทรัสออกไซด์ ถูกค้นพบโดยพริสต์เลย์ ในปี พ.ศ. ๒๓๑๕ แต่ในเวลานั้นยังไม่ทราบว่า ก๊าซตัวนี้มีคุณสมบัติระงับความเจ็บปวดได้ จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๓๔๓ เดวี จึงค้นพบฤทธิ์ระงับความเจ็บปวด และเรียกก๊าซนี้ว่า ก๊าซหัวเราะ ต่อจากนั้นมาก็มีการค้นคว้าและนำเอา อีเทอร์ คลอโรฟอร์ม และเอทิลคลอไรด์ มาใช้เป็นยาดมสลบ ในระยะแรกๆ ก็ใช้ในการถอนฟัน โดยให้แบบหยด ต่อมาเมื่อ ฮอเรซ เวลส์ สร้างเครื่องดมยา ด้วยก๊าซไนทรัสออกไซด์ได้ จึงเป็นความคิดริเริ่มของนักวิทยาศาสตร์ที่จะ ประดิษฐ์เครื่องดมยาขึ้นมา ซึ่ง เซอร์ เฟรเดริก เฮวิตต์ ได้ประดิษฐ์เครื่องดมยาเครื่องแรกขึ้น แต่ในเวลานั้นก็ไม่เป็นที่นิยมใช้ เพราะแพทย์ส่วนมากยังนิยม ใช้แบบหยดกันอยู่

 

นอกจากการทำให้ผู้ป่วยหลับ และไม่รู้สึกเจ็บปวดระหว่างถอนฟันผ่าตัด หรือขณะคลอดบุตรแล้ว ก็ยังมีผู้พยายามคิดหาวิธีอื่น ที่ผู้ป่วยไม่ต้องหลับ แต่ไม่เจ็บปวดขณะทำการผ่าตัด ซึ่งคาร์ล ลุดวิก ชไลค์ ทำสำเร็จ โดยการฉีดยาชาเฉพาะที่ ในปี พ.ศ. ๒๔๓๕ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๔๑ ไบเออร์ ก็เป็นคนแรกที่ฉีดยาเข้าช่องไขสันหลัง ทำให้เกิดการชาครึ่งล่างของร่างกายสำเร็จ ต่อจากนั้นมาการใช้ยาชาโปรเคน และโคเคน ก็ทำกันเรื่อยมา ปัจจุบันมียาชาตัวใหม่ๆ ที่มีคุณสมบัติที่ดีและเหมาะสมที่จะใช้กับผู้ป่วยหลายตัว เช่น ไลโดเคน บิวปิวาเคน คลอโรโปรเคน เตตราเคน เมปิวาเคน และเอติโดเคน เป็นต้น

 

จุดมุ่งหมาย

 

การให้ยาดมสลบ การใช้ยาชาฉีดเข้าทางช่องกระดูกสันหลัง การให้ยาชาเฉพาะที่ หรือการฝังเข็ม มีจุดมุ่งหมายเพียงอย่างเดียว คือ ทำให้ผู้ป่วยปราศจากความรู้สึกเจ็บปวดขณะได้รับการผ่าตัดทุกชนิด ขายยานอนหลับ

 

วิธีการ จำแนกออกเป็น ๔ แบบ คือ
๑. ให้ยาดมสลบ
๒. ใช้ยาฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ
๓. ใช้ยาชา
๔. วิธีฝังเข็ม

การนอนหลับดีอย่างไร

การกิน ดื่ม และหายใจ ร่างกายของคนเราต้องการการนอนหลับเพื่อสุขภาพที่ดีและร่างกายที่แข็งแรง

 

 

การนอนหลับสนิทในตอนกลางคืนสามารถช่วยให้คุณมีสุขภาพดีได้หลายวิธีด้วยกัน

 

ซ่อมแซมร่างกาย

ขณะนอนหลับ ร่างกายของคนเราจะผลิตโมเลกุลโปรตีนชนิดต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับระบบภูมิคุ้มกันและซ่อมแซมความสึกหรอที่เกิดจากความเครียดหรือสัมผัสกับสารที่อาจเป็นอันตราย เช่น มลภาวะและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อ

 

รักษาสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง

ระบบเส้นเลือดหัวใจของคนเราอยู่ภายใต้ความกดดันตลอดเวลา ซึ่งการนอนหลับจะช่วยลดระดับความเครียดและการอักเสบของร่างกายของคุณลง การอักเสบในร่างกายมีความเชื่อมโยงกับโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองและการนอนหลับสามารถช่วยรักษาความดันโลหิต (ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจ) ให้ลดลง

 

ลดความเครียด

การนอนหลับไม่เพียงช่วยลดความดันโลหิตเท่านั้น แต่ยังลดระดับฮอร์โมนความเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย เช่น คอร์ติซอล ซึ่งมักจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากความกดดันในชีวิตและการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ

 

ทำให้ความจำและสมาธิดีขึ้น

เราทุกคนทราบว่าหากนอนหลับไม่สนิท คุณจะรู้สึก ‘ไม่แจ่มใส’ ในเช้าวันต่อมาและไม่มีสมาธิ ส่งผลให้คุณมีปัญหาในการจดจำข้อเท็จจริง ใบหน้า บทเรียน หรือแม้แต่บทสนทนา การนอนหลับสนิทช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้เพราะขณะหลับ สมองของคุณจะจัดการและเชื่อมโยงความทรงจำในช่วง 12 ชั่วโมงที่ผ่านมาและความทรงจำก่อนหน้านั้น โดยจะประมวลผลประสบการณ์และข้อเท็จจริงที่คุณได้รับ ทำให้คุณเข้าใจและจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้มากขึ้น

 

ควบคุมน้ำหนัก

ไม่ค่อยมีคนทราบว่าการนอนช่วยควบคุมฮอร์โมนต่างๆ ที่มีผลต่อความอยากอาหาร หากคุณนอนไม่พอ ฮอร์โมนเหล่านี้จะไม่สมดุลกัน ซึ่งมักจะทำให้คุณอยากอาหารมากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มความอยากอาหารที่มีไขมันสูงและน้ำตาลสูงแทนที่จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักและผลไม้ นอกจากนี้ การนอนไม่พอยังเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพราะจะส่งผลต่อกระบวนการผลิตกลูโคสในร่างกาย ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตที่เซลล์ต่างๆ ทำไปใช้เป็นพลังงาน

 

ควบคุมอารมณ์

เมื่อนอนไม่พอ หลายคนจะรู้สึกหงุดหงิดหรืออารมณ์เสียในวันรุ่งขึ้น แต่หากนอนน้อยจนเป็นปัญหาเรื้อรัง ผลการศึกษาชี้ว่าอาจส่งผลให้เกิดปัญหาด้านอารมณ์เรื้อรัง เช่น ซึมเศร้าหรือวิตกกังวล ขายยานอนหลับ

5 วิธีง่ายๆ ช่วยทำให้หลับได้เร็วขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

สวัสดีค่ะ เคยเป็นกันไหมคะ ที่ตอนกลางวันนั้นง่วงแสนง่วง

 

 

อยากรีบกลับบ้านไปนอนใจจะขาด แต่ที่ไหนได้ พอหัวถึงหมอนปุ๊บกลับได้แต่หัวเราะทั้งน้ำตา เพราะดั๊นนน “นอนไม่หลับ!” ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

วิธี 1 : ปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะกับร่างกาย
วิธีนี้ได้รับการแนะนำจากนักวิจัยเรื่องการนอนหลับหลายท่านเลยค่ะ เพราะอุณหภูมิที่เหมาะสม ซึ่งก็คือไม่ร้อนหรือเย็นเกินไปนั้น จะช่วยให้ร่างกายไม่ต้องเหนื่อยกับการปรับอุณหภูมิแข่ง ทำให้เราสามารถหลับได้ง่ายขึ้น

 

วิธี 2 : พยายามบังคับตัวเองให้ตื่น
อาจฟังดูตลกร้าย แต่ได้ผลมากเหมือนกันนะคะวิธีนี้ เพราะเมื่อเราพยายามบังคับตัวเองให้ตื่น แทนที่จะบังคับให้หลับ (แบบที่มักทำกันอยู่เสมอ) ร่างกายของเราจะหลุดจากความเครียดที่เกิดจากการพยายามบังคับตัวเองให้หลับนั่นเอง และมันจะทำให้หลับได้เร็วขึ้น สิ่งนี้เรียกว่า “สภาวะความตั้งใจที่ขัดแย้ง” เป็นผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เลยค่ะ ส่วนจะทำให้ตื่นอย่างไรนั้น ลองเริ่มจากการอ่านหนังสือ หรือนอนหลับตาปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปเรื่อยๆ ก็ได้ รับรองว่าหลับแบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

 

วิธี 3 : หลีกเลี่ยงการคิดถึงเรื่องเครียดๆ
พยายามอย่าคิดอะไรซับซ้อน ไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือสถานการณ์อะไรที่ทำให้เครียดเพราะมันจะไปกระตุ้นให้สมองเฉียบคมเกิดความตื่นตัว และนอนไม่หลับ ลองปล่อยความคิดล่องลอยไปหาเรื่องเบาสมอง เช่น งานอดิเรกที่ชื่นชอบ หรือจะใช้วิธีดั้งเดิมอันได้แก่การนับแกะเพื่อหันเหความคิดของเราแทนก็ได้ค่า

 

วิธี 4 : ออกกำลังกายเบาๆ หรือใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง
การได้เคลื่อนไหวร่างกายเยอะๆ จะช่วยปลดปล่อยความเครียดที่สะสมมาระหว่างวัน และทำให้หลับได้ง่ายขึ้นในเวลากลางคืนค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรหลีกเลี่ยงการหักโหมออกกำลังกายอย่างหนักก่อนเข้านอนนะคะ เพราะมันจะช่วยกระตุ้นให้สมองตื่นตัว ซึ่งเป็นผลตรงข้ามกับสิ่งที่เราต้องการค่ะ

 

วิธี 5 : เสียงก็ช่วยได้
หลายครั้งที่การนอนหลับต้องเจอกับเสียงรบกวน เช่น หมาเห่า หรือ เสียงการจราจรจากนอกบ้าน ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ มาลองแก้เกมกันด้วยการหาเสียงอย่างอื่นอย่างเสียงจากธรรมชาติมาเปิดเบาๆ ฟังคลอแทน เช่น เสียงจิ้งหรีดร้อง เสียงคลื่นซัดสาดของน้ำทะเล เสียงฝนตกกระทบพื้น และอีกมากมาย ซึ่งสามารถหาดาวน์โหลดได้ฟรีในแอพลิเคชั่นของทั้ง iPhone และ Android รับประกันได้เลยว่าคุณจะต้องเจอเสียงที่ช่วยทำให้หลับได้อย่างง่ายดายแน่นอนค่ะ ขายยานอนหลับ

Older posts